พื้นฐาน
    8 นาทีในการอ่าน25 มกราคม 2569

    อธิบายไข้แบบเข้าใจง่ายสำหรับคนไทย อุณหภูมิปกติ เกณฑ์ไข้ต่ำ–ไข้สูง วิธีวัดไข้ที่ถูกต้อง และเมื่อไรควรไปโรงพยาบาล

    ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญ

    เข้าใจไข้: อุณหภูมิร่างกายปกติและเกณฑ์ไข้

    ไข้คืออะไร?

    ไข้ไม่ใช่โรคในตัวมันเอง แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อบางสิ่ง ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อ ในผู้ใหญ่ หากวัดอุณหภูมิทางปาก ใต้รักแร้ หรือในหู ตั้งแต่ประมาณ 38.0 °C ขึ้นไป มักถือว่าเป็นไข้ ช่วง 37.5–38.0 °C มักเรียกว่าไข้ต่ำหรืออุณหภูมิสูงเล็กน้อย

    "ไข้เป็นกลไกป้องกันของร่างกาย แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักสัญญาณเตือน"

    สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลขบนเทอร์โมมิเตอร์ แต่เป็นสภาพทั่วไป: สามารถกินและดื่มได้หรือไม่ กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อย หายใจลำบาก ง่วงซึม หรือมีผื่นผิดปกติหรือไม่ – โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

    อุณหภูมิร่างกายปกติคือเท่าไร?

    หลายคนคิดว่า 37.0 °C เป็น "ปกติ" แต่นั่นเป็นเพียงค่าเฉลี่ย อุณหภูมิร่างกายปกติในคนสุขภาพดีมักอยู่ระหว่าง 36.0–37.5 °C และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

    อุณหภูมิยังเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน ขึ้นอยู่กับกิจกรรม อายุ ฮอร์โมน และตำแหน่งที่วัด อุณหภูมิตอนเย็นมักสูงกว่าตอนเช้า ในเด็ก อุณหภูมิปกติอาจสูงกว่าผู้ใหญ่เล็กน้อย

    อุณหภูมิการจำแนก
    ต่ำกว่า 37.5 °Cมักอยู่ในช่วงปกติ (แตกต่างกันตามบุคคล)
    37.5–38.0 °Cไข้ต่ำ / อุณหภูมิสูงเล็กน้อย
    ≥ 38.0 °Cไข้
    ≥ 39.0–40.0 °Cไข้สูง ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

    ทำไมร่างกายถึงมีไข้?

    เมื่อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อโรคอื่นๆ เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองโดยปล่อยสารส่งสัญญาณ (ไพโรเจน) สารเหล่านี้ออกฤทธิ์ต่อศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง (ไฮโปทาลามัส) ตั้งค่าเทอร์โมสแตทของร่างกายให้สูงขึ้น เหมือนกับการเปิดเครื่องทำความร้อน

    ร่างกายพยายามเพิ่มอุณหภูมิ: หลอดเลือดในผิวหนังหดตัว คุณรู้สึกหนาว ขนลุก และอาจสั่นเพื่อสร้างความร้อน เมื่ออุณหภูมิถึงจุดตั้งค่าใหม่ คุณจะรู้สึกร้อน หน้าแดง และอาจเหงื่อออกมาก

    อุณหภูมิที่สูงขึ้นสามารถชะลอการแบ่งตัวของไวรัสและแบคทีเรียบางชนิด และอาจช่วยให้เซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไข้สูงเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย และอาจเป็นอันตรายมากขึ้นในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง

    สาเหตุทั่วไปของไข้

    • การติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ: ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ
    • การติดเชื้อไวรัสทางเดินอาหาร: ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน
    • การติดเชื้อแบคทีเรีย: หูชั้นกลางอักเสบ ปอดบวม ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
    • ไข้หลังฉีดวัคซีน: มักเป็นไข้เล็กน้อยและหายใน 1–2 วัน

    หากคุณเพิ่งเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีโรคติดเชื้อเขตร้อน ควรแจ้งแพทย์และไม่ควรรักษาตัวเองเป็นเวลานาน

    เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

    ติดต่อแพทย์หาก:

    • ไข้นานกว่า 3 วัน
    • อุณหภูมิเกิน 39.5 °C
    • มีสัญญาณเตือน เช่น หายใจลำบาก สับสน อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีผื่น
    • ผู้ป่วยเป็นทารก ผู้สูงอายุ หรือมีโรคเรื้อรัง
    TB

    PD Dr. med. Tobias Bobinger

    ผู้อำนวยการด้านการแพทย์

    PD Dr. med. Tobias Bobinger เป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ทางคลินิกยาวนานด้านการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน และการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการจากการติดเชื้อ รวมถึงไข้ ในฐานะผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของ FeverGuide เขารับผิดชอบการทบทวนความถูกต้องทางการแพทย์ของเนื้อหา และทำให้มั่นใจว่าคำแนะนำชัดเจน ใช้ได้จริง และถูกต้องตามหลักการแพทย์

    เนื้อหาผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์